National

“ขุนพลซามูไร” ทีมชาติญี่ปุ่นตัดสินใจส่งทีมร่วมโม่แข้งศึกโคปาอเมริกาในฤดูร้อนนี้ หลังจากประกาศถอนทีมอันเนื่องมาจากการประสบเหตุภัยพิบัติเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

“การตัดสินใจของพวกเรามาจากการประชุมและไตร่ตรองอย่างดีแล้ว” โคโสะ ทาชิมะ รองประธานเจเอฟเอกล่าว

“เราจะแสดงให้ผู้คนทั้งโลกเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นของเรากำลังต่อสู้เพื่อทำให้ประเทศให้กลับมาดังเดิม”ทาชิมากล่าวถึงเหตุผลสำคัญในการส่งทีมเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์นี้

“มันเป็นเกียรติที่เราได้เล่นในโคปาอเมริกา โค้ชของเรา(ซัคเคโรนี่)จะใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุดสำหรับการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้”

ญี่ปุ่นได้รับเชิญลงเล่นในโคปาอเมริกาครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999 แต่จากภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 มีนาคมทำให้การแข่งขันเจลีกและทีมชาติต้องเลื่อนออกไป

โคปาอเมริกาจะแข่งขันกันในช่วงวันที่ 1-24 กรกฎาคม 2011

สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดการแข่งขันฟุตบอลการกุศลช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่กับทีมรวมดาราเจลีก ซึ่งจะเตะกันในวันที่ 29 มีนาคมที่กำลังจะถึงนี้

โค้ชทีมชาติญี่ปุ่นอัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่และผู้เล่นทีมชาติญี่ปุ่นกล่าวว่า”เราต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อช่วยเหลือและให้กำลังผู้ประสบภัย”

“ซัคเคโรนี่และเหล่าผู้เล่นทีมชาติบอกกับผมว่าพวกเขาอยากจะทำอะไรซักอย่างเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยและสิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือจัดนัดการกุศลขึ้นมา”จุนจิ โอกุระนายกสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นกล่าว

“พวกเราหวังว่านัดการกุศลจะแสดงให้เห็นถึงกำลังใจที่พวกเราตั้งใจส่งไปให้ผู้ประสบภัยทุกๆคน”โอกุระกล่าวเสริม

มาโคโตะ ฮาเซะเบะ กัปตันทีมชาติญี่ปุ่นก็เป็นอีกคนที่ส่งแรงใจให้เพื่อนร่วมชาติผ่านทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น

“ทีมชาติของเรามีผลงานที่ดีในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ผ่านมา นั่นเป็นเพราะความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของพวกเราทุกคน ในทีม เราสามารถทำอย่างนั้นได้เพราะเราได้รับแรงใจจากทุกๆคนที่เชียร์เรา แต่ในตอนนี้ประเทศของเรากำลังประสบวิกฤติอย่างหนักหน่วง และในตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่เราจะทำอะไรซักอย่างเพื่อตอบแทนทุกๆคนที่คอยอยู่เคียงข้างเราเสมอมา”

กองกลางจากโวล์ฟบวร์กเสริมว่า”สิ่งเดียวที่พวกเราทำได้คือการเล่นฟุตบอล มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่มากมาย แต่พวกเราก็อยากให้กำลังใจทุกๆคนผ่านสิ่งนี้ ผมจะกลับไปที่บ้านของผมเพื่อลงเล่นในนัดนี้อย่างแน่นอน”

ทีมชาติญี่ปุ่นชุดนี้จะมีเหล่านักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปอย่างครบครัน อาทิเช่นอัตสุโตะ อุชิดะจากชาลเก้ 04 เคซุเกะ ฮอนดะจากซีเอสเคเอมอสโค และชินจิ โอคาซากิจากสตุตการ์ต

โดยคู่แข่งของขุนพลซามูไรทีมชาติญี่ปุ่นมีชื่อว่า เจลีกหนึ่งใจเดียวกัน(J-League TEAM AS ONE) ซึ่งเป็นทีมรวมดารานักเตะญี่ปุ่นในเจลีก นำทัพโดยโยชิกัตสึ คาวางุจิผู้รักษาประตูชุดฟุตบอลโลก 1998, 2002 และ 2006 ชุนสุเกะ นากามูระ อดีตนักเตะยอดเยี่ยมลีกสกอตแลนด์และไมค์ ฮาฟนาดาวรุ่งทีมชาติญี่ปุ่นเชื้อสายฮอลแลนด์ โดยจะมีดราแกน สตอยโควิซ โค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของนาโงยาแกรมปัสเป็นผู้ควบคุมทีม

นัดการกุศลนัดนี้จะจัดขึ้นที่สนามนางาอิ เมืองโอซากา โดยจัดขึ้นเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และรายได้จากการแข่งขันครั้งนี้จะส่งมอบให้แก่สภากาชาดญี่ปุ่นเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถคว้าแชมป์เอเชียนคัพจากการชนะออสเตรเลียไปในช่วงต่อเวลา 1-0 แต่นัดที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือนัดแรกของขุนพลซามูไร จากการกล่าว“ยาสุฮิโตะ เอ็นโดะ”กองกลางของทีม

“เกมส์นัดพบจอร์แดนทำให้เรารู้ว่าเรามองโลกง่ายไป เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติของเราเพื่อจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของทัวร์นาเมนต์นี้”เอ็นโดะกล่าวซ้ำ “พวกเราทุกคนใช้ประสบการณ์ในนัดนั้นเปลี่ยนแปลงความคิดของเรา และมันก็ทำให้เราคว้าแชมป์ได้”

ทีมชาติญี่ปุ่นเกือบเสียท่าในนัดแรกเมื่อต้องไล่ตีเสมอจอร์แดนในนาทีสุดท้ายจากลูกโหม่งของมายะ โยชิดะ หลังจากนั้นก็มาพลิกแซงชนะซีเรีย 2-1 ทั้งๆที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ก่อนที่จะมาถล่มซาอุดิอาระเบียไปอย่างขาดลอย 5-0 ในนัดสุดท้ายของรอบแรก เข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้ายในฐานะที่หนึ่งของกลุ่ม

ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ขุนพลซามูไรที่เหลือ 10 คนต้องมาไล่ตีเสมอเจ้าภาพกาตาร์ถึงสองครั้งก่อนจะแซงชนะไปด้วยประตูของมาซาฮิโกะ อิโนฮะในช่วงท้ายเกมส์ จากนั้นก็มายิงจุดโทษชนะคู่แค้นอย่างเกาหลีใต้ไปได้ 3-0 หลังจากเสมอในเวลา 2-2 ในรอบรองชนะเลิศ

เอ็นโดะเป็นผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเหรียญเอเชียนคัพถึง 2 สมัย(ครั้งแรกในปี 2004) และครั้งนี้เขาได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วยหลังจากครั้งที่แล้วเขาถูกแบนอดลงเล่นไปอย่างน่าเสียดาย

“พวกเราพยายามกันอย่างมากในทัวร์นาเมนต์นี้  และแสดงให้เห็นว่ารูปแบบของพวกเราเป็นอย่างไร” เอ็นโดะเปลี่ยนประเด็น “ในทีมชุดนี้ พวกเราหวังว่าจะมีการครองบอลที่ดี เพื่อช่วยให้เกมส์บุกของเรามีประสิทธิภาพ ถ้าพวกเราปรับปรุงมันให้ดีขึ้น พวกเราจะมีความอันตรายมากกว่านี้”

เอ็นโดะผุ้ที่เพิ่งจะมีอายุครบ 31 ปีก่อนนัดชิงชนะเลิศเพียงหนึ่งวันกล่าวว่า เขาพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยลดความกดดันให้แก่นักเตะดาวรุ่งในทีม

“ผมคิดว่าผมควรจะทำอะไรบางอย่างเพื่อทีม”เขากล่าว “ผมเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์จากฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ แต่นักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นสามารถลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรองแล้วทำบางอย่างให้กับทีมได้”

“กล่าวคือโค้ชของเรามีสายตาที่ยอดเยี่ยมในการเลือกใช้นักเตะ” เอ็นโดะกล่าวถึงอัลแบร์โต้ ซัคเคโรนีโค้ชชาวอิตาเลียนของทีมที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “เขาคือคนที่สุดยอดที่สุดของพวกเรา”

“เราสามารถคว้าแชมป์จากการชนะทีมที่แข็งแกร่งอย่างเกาหลีใต้และออสเตรเลีย มันเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มหัศจรรย์สำหรับพวกเรา”