แค่เพียงนัดที่สองในการลงเล่นของเรียว มิยาอิจิ ปีกตัวใหม่ของอาร์เซนอลที่ถูกส่งตัวให้เฟเยนูดยืมตัวก็สามารถทำประตูแรกในอาชีพของตัวเองได้สำเร็จ

จากลูกเปิดทางด้านขวา เรียวเอาบอลลงด้วยอกอย่างนิ่มนวล ก่อนที่จะล็อคให้เข้าเท้าซ้ายอย่างใจเย็นและซัดบอลเสียบมุมไปอย่างสวยงามโดยที่ผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้ามยังไม่ทันขยับ เป็นประตูให้เฟเยนูดขึ้นนำเฮราเคลส 1-0 ในศึกฟุตบอลเอสดิวิซีของฮอลแลนด์ ก่อนที่จบเกมเฟเยนูดจะเอาชนะไปด้วยประตู 2-1 และแมนออฟเดอะแมทต์ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจากเรียว มิยาอิจิคนนี้  แถมยังได้รับเลือกเป็น 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ไปครองอีกตำแหน่ง

เบื้องหลังประตูนี้ของเรียว เขาได้ทำลายสถิตินักเตะญี่ปุ่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในลีกต่างประเทศของทาคายูกิ โมริโมโตของคาตาเนียด้วยอายุ 18 ปี 1เดือน 29 วัน ซึ่งก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์เขาก็ได้ทำลายสถิติผู้เล่นญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในลีกต่างประเทศของโมริโมโตเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อน เรียวยังเป็นแค่นักฟุตบอลระดับมัธยมปลายนำทีมโรงเรียนมัธยมปลายจูเคียวไดงัคคุฟุโซคุจูเคียวโคโตลงเตะในศึกฟุตบอลมัธยมปลายชิงแชมป์แห่งชาติหรือที่รู้จักกันดีว่า”ฟุตบอลอินเตอร์ไฮ”อยู่เลย ถึงแม้ว่าทีมของเรียวจะจบการแข่งขันแค่เพียงรอบแรก แต่ฟอร์มยิง 1 จ่าย 1 ก็ทำให้อาร์เซน เวนเกอร์ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลมั่นใจได้ว่าเขาเซ็นสัญญาไม่ผิดคนแน่

เรียวเกิดที่เมืองโอคาซากิ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มเตะฟุตบอลครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบในตำแหน่งแบ็คโดยสังกัดสโมสรซิลฟิดสโมสรท้องถิ่นในจังหวัดไอจิ หลังจากนั้น 4 ปี เรียวก็ติดทีมชาติครั้งแรกกับทีมชาติญี่ปุ่นชุดอายุต่ำว่า 14 ปี และ 15 ปีตามลำดับ ก่อนที่จะมาเปลี่ยนตำแหน่งการเล่นมาเป็นปีกตอนขึ้นมัธยมปลายจากการแนะนำของโค้ชในโรงเรียนจนสามารถติดทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า17 ปีและลงเล่นในศึกฟีฟ่ายู-17 ชิงแชมป์โลก ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทัวร์นาเมนต์แรกในชีวิตของเขา

จุดเด่นของเรียวคือฝีเท้าที่ว่องไวและการเลี้ยงบอลที่คล่องแคล่ว โดยเขาสามารถ 100 เมตรได้ภายในเวลา 10.84 วินาทีจนถูกขนานนามจากรุ่นพี่ที่โรงเรียนว่า “อองรีแห่งญี่ปุ่น”หรือบางทีก็ถูกเรียกว่า “คริสเตียโน โรนัลโดแห่งญี่ปุ่น”

เรียวลงเล่นฟุตบอลอินเตอร์ไฮครั้งแรกตอนอยู่ชั้นมัธยมปลายปี 2 ถึงแม้ว่าทีมของเขาต้องปิดฉากการแข่งขันแค่เพียงรอบสอง แต่ฟอร์มของเขาก็ไปเตะตาแมวมองของอาร์เซนอลจนถูกเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้าและได้รับสัญญา 5 ปีในที่สุด สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นนักฟุตบอลระดับมัธยมปลายคนแรกที่เซ็นสัญญากับทีมยักษ์ใหญ่ทั้งๆที่ยังเรียนไม่จบ

ฟุตบอลอินเตอร์ไฮในมุมมองของคนต่างชาติอาจจะเป็นเพียงแค่ฟุตบอลรายการเล็กๆที่เด็กเล่นกัน แต่ในสายตาของชาวญี่ปุ่นแล้วฟุตบอลรายการนี้ถือเป็นทัวร์นาเมนต์คุณภาพรายการหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

ด้วยสื่อของญี่ปุ่นที่สนับสนุนรายการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดทั่วประเทศตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ มีการทำข่าวหรือสกู๊ปจากหนังสือพิมพ์ในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ เชิญนักเตะที่น่าจับตามองในปีนั้นๆไปออกทีวี แต่งเพลงประกอบการแข่งขันทุกปี หรือแม้กระทั่งถึงขั้นทำโฆษณาโปรโมทไปทั่วประเทศ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมแค่การแข่งขันของฟุตบอลระดับมัธยมปลายจึงได้รับความสนใจจากคนทั่วประเทศมากถึงขนาดนี้

จาก 4000 กว่าโรงเรียนทั่วประเทศ คัดเลือกจนเหลือ 48 ทีมในรอบสุดท้าย ด้วยการแข่งขันอย่างเข้มข้น ดุเดือด มีเดิมพันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีและเกียรติยศของโรงเรียนทำให้ฟุตบอลอินเตอร์ไฮสามารถสร้างผู้เล่นคุณภาพสู่เจ-ลีกหรือแม้กระทั่งเวทีระดับชาติได้ทุกๆปี

ฮิเดโตชิ นากาตะนักเตะญี่ปุ่นที่เก่งที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา ชุนสุเกะ นากามูระกองกลางที่ทำให้วงการฟุตบอลยุโรปสั่นสะเทือน ยาสุฮิโตะ เอ็นโดะจอมทัพจากกัมบะ โอซากาและคนล่าสุดเรียว มิยาอิจิปีกดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้ พวกเขาเหล่านี้ล้วนแจ้งเกิดจากเวทีฟุตบอลอินเตอร์ไฮแทบทั้งสิ้น

คงไม่ผิดหากจะพูดว่ารากฐานของฟุตบอลญี่ปุ่นเริ่มต้นจากฟุตบอลระดับมัธยมปลายรายการนี้

รากฐานที่ทุกๆคนช่วยกันสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเงินสนับสนุนจากรัฐบาลและสมาคมฟุตบอล การถ่ายทอดและทำข่าวจากสื่อในประเทศ คำแนะนำจากครู-อาจารย์ในโรงเรียน แรงสนับสนุนจากพ่อ-แม่ผู้ปกครองหรือแม้กระทั่งเสียงเชียร์จากคนในท้องถิ่นที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่  

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นแรงผลักดันให้ฟุตบอลอินเตอร์ไฮสามารถจัดการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานมาถึง 89 ครั้ง

กล่าวได้ว่าหากไม่มีผู้ใหญ่ใจดีที่เห็นถึงความสำคัญของเด็กเหล่านี้ก็คงไม่มีอินเตอร์ไฮ                    

และหากไม่มีอินเตอร์ไฮก็คงไม่มีชายที่ชื่อว่า“เรียว มิยาอิจิ”

 

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะสามารถคว้าแชมป์เอเชียนคัพจากการชนะออสเตรเลียไปในช่วงต่อเวลา 1-0 แต่นัดที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือนัดแรกของขุนพลซามูไร จากการกล่าว“ยาสุฮิโตะ เอ็นโดะ”กองกลางของทีม

“เกมส์นัดพบจอร์แดนทำให้เรารู้ว่าเรามองโลกง่ายไป เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติของเราเพื่อจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของทัวร์นาเมนต์นี้”เอ็นโดะกล่าวซ้ำ “พวกเราทุกคนใช้ประสบการณ์ในนัดนั้นเปลี่ยนแปลงความคิดของเรา และมันก็ทำให้เราคว้าแชมป์ได้”

ทีมชาติญี่ปุ่นเกือบเสียท่าในนัดแรกเมื่อต้องไล่ตีเสมอจอร์แดนในนาทีสุดท้ายจากลูกโหม่งของมายะ โยชิดะ หลังจากนั้นก็มาพลิกแซงชนะซีเรีย 2-1 ทั้งๆที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ก่อนที่จะมาถล่มซาอุดิอาระเบียไปอย่างขาดลอย 5-0 ในนัดสุดท้ายของรอบแรก เข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้ายในฐานะที่หนึ่งของกลุ่ม

ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ขุนพลซามูไรที่เหลือ 10 คนต้องมาไล่ตีเสมอเจ้าภาพกาตาร์ถึงสองครั้งก่อนจะแซงชนะไปด้วยประตูของมาซาฮิโกะ อิโนฮะในช่วงท้ายเกมส์ จากนั้นก็มายิงจุดโทษชนะคู่แค้นอย่างเกาหลีใต้ไปได้ 3-0 หลังจากเสมอในเวลา 2-2 ในรอบรองชนะเลิศ

เอ็นโดะเป็นผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเหรียญเอเชียนคัพถึง 2 สมัย(ครั้งแรกในปี 2004) และครั้งนี้เขาได้ลงเล่นในนัดชิงชนะเลิศอีกด้วยหลังจากครั้งที่แล้วเขาถูกแบนอดลงเล่นไปอย่างน่าเสียดาย

“พวกเราพยายามกันอย่างมากในทัวร์นาเมนต์นี้  และแสดงให้เห็นว่ารูปแบบของพวกเราเป็นอย่างไร” เอ็นโดะเปลี่ยนประเด็น “ในทีมชุดนี้ พวกเราหวังว่าจะมีการครองบอลที่ดี เพื่อช่วยให้เกมส์บุกของเรามีประสิทธิภาพ ถ้าพวกเราปรับปรุงมันให้ดีขึ้น พวกเราจะมีความอันตรายมากกว่านี้”

เอ็นโดะผุ้ที่เพิ่งจะมีอายุครบ 31 ปีก่อนนัดชิงชนะเลิศเพียงหนึ่งวันกล่าวว่า เขาพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยลดความกดดันให้แก่นักเตะดาวรุ่งในทีม

“ผมคิดว่าผมควรจะทำอะไรบางอย่างเพื่อทีม”เขากล่าว “ผมเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์จากฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ แต่นักเตะดาวรุ่งเหล่านั้นสามารถลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรองแล้วทำบางอย่างให้กับทีมได้”

“กล่าวคือโค้ชของเรามีสายตาที่ยอดเยี่ยมในการเลือกใช้นักเตะ” เอ็นโดะกล่าวถึงอัลแบร์โต้ ซัคเคโรนีโค้ชชาวอิตาเลียนของทีมที่เพิ่งจะเข้ามาทำงานเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “เขาคือคนที่สุดยอดที่สุดของพวกเรา”

“เราสามารถคว้าแชมป์จากการชนะทีมที่แข็งแกร่งอย่างเกาหลีใต้และออสเตรเลีย มันเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มหัศจรรย์สำหรับพวกเรา”

อี ทาดานาริ กองหน้าทีมชาติญี่ปุ่นผู้ซึ่งลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรองแล้วทำประตูชัยให้ขุนพลซามูไรเฉือนชนะออสเตรเลีย 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลเอเชียนคัพกล่าวว่าเขาหวังว่าจะเป็นตัวนำโชคของทีมต่อไป

“ตอนที่ผมรู้ว่าไม่ได้ลงเป็นตัวจริง ผมหวังว่าผมจะเป็นตัวนำโชคของทีม”อีกล่าว “เมื่อคุณต้องการจะชนะการแข่งขัน คุณจะต้องการตัวนำโชค และสุดท้ายโอกาสนั้นก็มาถึงผม”

กองหน้าซานเฟรซฮิโรชิมาเพิ่งจะลงเล่นนัดแรกในนามทีมชาติจากการถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในการพบกับจอร์แดนในรอบแรกและนัดที่สองของเขาคือนัดชิงชนะเลิศ อีลุกขึ้นมาจากม้านั่งสำรองในนาทีที่ 97 ในขณะที่ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่จะมาวอลเลย์ประตูชัยสุดสวยใน 12 นาทีต่อมา

“ผมบอกกับตัวเองว่าผมจะเป็นฮีโร” อีเสริม “ตอนที่ผมทำประตูนั้น ผมรู้สึกเหมือนว่าเวลารอบตัวของผมมันหยุดนิ่ง ผมเห็นบอลลอยเข้าไปในประตูราวกับจังหวะสโลวโมชั่น”

“ครึ่งหนึ่งของประตูนี้มาจากการสลัดจากตัวประกบของผม ผมสังเกตว่าคู่ต่อสู้ของเราประกบไม่ค่อยดีนัก และผมก็รู้ว่าถ้าผมมีพื้นที่หลังกองหลัง ผมน่าจะมีโอกาสทำประตู”

อีกล่าวว่าเขารู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างมากหลังจากเป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์ โดยวันนั้นเขาไม่ได้นอนจนกระทั่ง 7 โมงเข้าของวันต่อมา

“พูดจริงๆ ผมคิดว่ามันเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมมาก ผมคิดว่าถ้าผมทำผิดไปแค่เพียงเซ็นเดียว เรื่องราวจากนี้มันอาจจะต่างออกไปก็ได้”กองหน้าวัย 25 ปีกล่าว

อีบอกว่าเขาฝึกการวอลเลย์กับคุณยาย โดยยายของเขาเป็นผู้โยนบอลให้เขาฝึกวอลเลย์ในสวนหลังบ้านตอนที่เรียนชั้นประถมอยู่ในโตเกียว

อีถือเป็นนักเตะรุ่นที่ 4 ของทีมชาติญี่ปุ่นที่มีเชื้อชาติเกาหลี เขาเริ่มต้นชีวิตนักเตะที่สโมสรเอฟซี โตเกียวในปี 2004 หลังจากนั้นก็ย้ายไปอยู่คาชิวา เรย์โซลและค้าแข้งอยู่ที่นั่นตั้งแต่ปี 2005-2009 ก่อนที่จะย้ายไปฮิโรชิมาในปีต่อมา อีได้รับสัญชาติญี่ปุ่นในปี 2007 และลงเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโอลิมปิคที่ปักกิ่งเมื่อปี 2008

“ผมไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไรในนามทีมชาติแต่ผมก็คิดว่าโอกาสของผมยังเปิดกว้างอยู่”อีอธิบาย “พวกเราแต่ละคน(นักเตะในทีม)ต่างมีพื้นเพที่ต่างกันออกไป ผมเกิดและโตในญี่ปุ่นและตอนนี้ผมเป็นส่วนหนึ่งของแชมป์เอเชียนคัพ ผมภูมิใจกับมันมาก”